สารบัญ : เลือกอ่านตามหัวข้อ
- Philips รุ่น AC0920/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier
- Bwell เครื่องฟอกอากาศ ขนาด 10-20 ตรม. รุ่น CF-8005
- Worldtech เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier รุ่น WT-P80
- Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 Lite เครื่องฟอกอากาศ
- CONOCO เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ รุ่น C7 PRO
- Levoit Core 400S Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ
- Daikin Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น MC30ZV1S
- Philips Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC2220/10
- Smarthome เครื่องกรองอากาศ PM2.5 รุ่น AP-180
- SHARP Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น FP-S40B
10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี
1. Philips รุ่น AC0920/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier
Philips AC0920/10
- ประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคขนาดนาโนที่เล็กกว่า 0.003 ไมครอน
- ระบบอัจฉริยะกรองอากาศอัตโนมัติ Smart AeraSense
- อากาศสะอาดรวดเร็ว CADR 250 m3/h
- ขนาดกะทัดรัด ลงตัวกับทุกพื้นที่ภายในบ้านอย่างง่ายดาย เหมาะกับพื้นที่ห้องไม่เกิ 65 ตร.ม.
- ระบบกรอง HEPA กรอง 2 ชั้น ที่ใช้เทคโนโลยี HEPA ของ NanoProtect ช่วยจับอนุภาคละเอียดพิเพษที่เล็กถึง 0.003 ไมครอน
- ประหยัดพลังงานแม้ใช้กำลังไฟสูงสุกเมื่อเทียบกับหลอดไฟ
2. Bwell เครื่องฟอกอากาศ ขนาด 10-20 ตรม. รุ่น CF-8005
Bwell CF-8005
- เหมาะกับห้องขนาด 10-20 ตารางเมตร
- มีแผ่น Prefilter กรองฝุ่นขนาดใหญ่
- มีระบบฟอกอากาศ 6 ขั้นตอน
- มีแผ่นกรอง HEPA ชนิด H-11 ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสร ขนสัตว์
- มีแผ่น Charcoal กรองกลิ่นและก๊าซพิษ
- มีแผ่น Antibactreria กรองแบคทีเรีย
- มี Pollution Sensor แสดงค่า PM2.5 เป็นตัวเลข
- มีระบบ Auto ตรวจจับมลพิษและปรับการทำงานอัตโนมัติ
- มีระบบ Sleep Mode ปิดไฟการทำงานเวลานอน
- ปรับความแรงลมได้ 4 ระดับ low, medium, high, turbo
3. Worldtech เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier รุ่น WT-P80
Worldtech WT-P80
- ระบบกรอง HEPA H13 แท้ 4 ชั้น กรองประสิทธิภาพสูงถึง 99.95%
- กรองฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ได้ละเอียดถึง 0.1 ไมครอน
- ระบบประจุไอออนลบ ช่วยลดฝุ่นและมลภาวะในอากาศได้ดียิ่งขึ้น
- รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ 40–55 ตารางเมตร
- เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือออฟฟิศ
- จอ LED ระบบสัมผัส แสดงค่าสถานะฝุ่นและอุณหภูมิแบบเรียลไทม์
- มีโหมดการทำงานหลากหลาย ทั้ง Auto, Sleep และ Custom
- มาพร้อมรีโมทคอนโทรลและตั้งเวลาเปิด-ปิดได้สูงสุด 12 ชั่วโมง
4. Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 Lite เครื่องฟอกอากาศ
Xiaomi Air Purifier 4 Lite
- ผลิตอากาศบริสุทธิ์ได้มากถึง 6330 ลิตร / นาที
- จัดการมลพิษในอากาศ CADR 380 ลูกบาศก์เมตร / ชั่วโมง
- สามารถกรองฝุ่น, ควันบุหรี่ และเกสรดอกไม้ได้อย่างรวดเร็ว
- กรองฝุ่นได้รอบทิศทางแบบ 360° ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กรองสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้สูงสุดถึง 120 ลูกบาศก์เมตร / ชั่วโมง
- เหมาะกับห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องรับแขก ขนาด 26-45 ตารางเมตร
- ไส้กรองเคลือบสารป้องกัน และกำจัดแบคทีเรีย สามารถจัดการได้ถึง 99.99% ปลอดภัยห่างไกลจากเชื้อร้ายได้มากกว่า
- กรองได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น PM2.5 , ฝุ่นละอองต่างๆ , ขนสัตว์ , เกสรดอกไม้ , กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
5. CONOCO เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ รุ่น C7 PRO
CONOCO C7 PRO
- กรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่ถึงขนาดเล็ก PM2.5
- 2.5 -ปล่อยไอออน (3ล้านไอออนต่อวินาที)
- มีแสง UV ฆ่าเชื้อ
- กำจัดกลิ่น ฝุ่น ฝุ่นPM2.5 อนุภาคขนาดเล็ก ควันบุหรี่ รถ สารพิษ และเชื้อโรค
- เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ conoco สุขภาพดีเริ่มได้ที่รถคุณ
- ไส้กรอง HEPA Filter 3M กรองตั้งแต่อนุภาคใหญ่ถึงเล็ก
- พัดลมนำเข้าจากญี่ปุ่น ทำงานเงียบ กินไฟน้อย
- เพื่อบรรยากาศที่บริสุทธิ์ ไร้กลิ่น
- กำจัดฝุ่น ฝุ่นPM2.5 ในอากาศได้จริง (ทดสอบก่อนผลิตจริง)
6. Levoit Core 400S Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ
Levoit Core 400S Air Purifier
- เพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในอาคารและประสิทธิภาพการกรอง
- Laser Dust Sensor สแกนอากาศโดยรอบเพื่อหาอนุภาคในอากาศ
- แสดงจำนวนอนุภาคในอากาศที่ตรวจพบโดยเซ็นเซอร์ฝุ่นเลเซอร์
- ช่วยต่อต้านกลิ่นในครัวเรือนและกลิ่นสัตว์เลี้ยง
- รักษาระดับเสียงให้ต่ำถึง 24dB
- ควบคุมการตั้งค่า ตรวจสอบอายุตัวกรอง รับการอัปเดตคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และอื่นๆ โดยแอป VeSync
- เชื่อมต่อเครื่องฟอกอากาศกับ Google Assistant™
7. Daikin Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น MC30ZV1S
Daikin MC30ZV1S
- ระบบฟอกอากาศภายในเครื่อง Streamer
- ยับยั้งไวรัส H1N1-H5N1 แบคทีเรีย เชื้อรา และกลิ่น
- สามารถวางติดผนังได้โดยตรง ผนังบ้านไม่เปื้อนรอยฝุ่น
- ฟิลเตอร์กรองกลิ่นที่ใช้ได้ตลอดอายุการใช้งาน
- Electrostatic HEPA Filter แผ่นกรองฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต
- เหมาะสำหรับห้องขนาดไม่เกิน 23 ตร.ม.
8. Philips Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC2220/10
Philips AC2220/10
- ระบบกรองประสิทธิภาพสูง ดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.003 ไมครอน
- กรองฝุ่น PM2.5 ไวรัส และมลพิษได้สูงสุด 99.7%
- ฟอกอากาศได้รวดเร็วด้วยค่า CADR สูงถึง 420 m³/h
- ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่สูงสุด 109 ตารางเมตร
- ระบบกรอง 3 ชั้น HEPA และถ่านกัมมันต์
- เทคโนโลยี NanoProtect ช่วยดักจับสารก่อภูมิแพ้ แบคทีเรีย และไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทำงานเงียบเป็นพิเศษ เสียงต่ำสุดเพียง 13 dB
- ระบบอัจฉริยะ Smart AeraSense ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์และปรับการทำงานอัตโนมัติทันที
9. Smarthome เครื่องกรองอากาศ PM2.5 รุ่น AP-180
Smarthome AP-180
- Smarthome เครื่องกรองอากาศ AP-180UV กรองPm2.5 พร้อมฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงUV
- ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติก ABS
- ตัวกรองHepa คุณภาพสูงพร้อม Activated carbon
- สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM2.5 ได้
- ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย/ไรฝุ่น/ควันบุหรี่/สารก่อภูมิแพ้
- กำลังไฟ 40 วัตต์
- เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาด 20-35 ตร.ม.
- สามารถตั้งเวลาได้ 1-12 ชั่วโมง
- มีโหมดการ sleep เพื่อป้องกันเสียงและแสงรบกวนการนอนหลับ
- สามารถเลือกการทำงานได้ 3โหมด Auto-sleep-Manual
10. SHARP Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น FP-S40B
SHARP FP-S40B
- มาพร้อมเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์
- ช่วยยับยั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศ
- เหมาะสำหรับห้องขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร
- ใช้งานได้ดีทั้งห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น
- ช่วยดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในอากาศ ให้ลมหายใจสะอาดขึ้น
- ทำงานเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อน เหมาะสำหรับใช้งานตลอดทั้งวันและช่วงนอนหลับ
- ดีไซน์เรียบสวย กะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ จัดวางเข้ากับทุกสไตล์ห้อง
แบรนด์ เครื่องฟอกอากาศ ยอดนิยมในไทย
วิธีเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณ คุณจะพบว่ามีตัวเลือกมากมายให้เลือก ด้วยการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม คุณสามารถสร้างบรรยากาศในบ้านที่สดชื่นและดีขึ้น ดังนั้น นี่คือวิธีที่ช่วยให้คุณเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ:
กำหนดความต้องการของคุณ: ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ คุณควรกำหนดว่าคุณต้องการเครื่องฟอกอากาศเพื่อจัดการกับอะไรบ้าง เช่น ฝุ่นละออง สารพิษ หรือกลิ่นอับและอื่นๆ ด้วยการทราบความต้องการของคุณ จะช่วยคุณเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณมากขึ้น
ศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์: ค้นคว้าและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณสนใจ ตรวจสอบคุณสมบัติที่มีอยู่ เช่น การกรองอากาศ, พื้นที่ที่สามารถครอบคลุม, การบำรุงรักษา, และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของคุณหรือไม่
ตรวจสอบระบบกรองอากาศ: ตรวจสอบว่าเครื่องฟอกอากาศมีระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพและสามารถกรองออกซิเจน, ฝุ่นละออง, และสารพิษได้อย่างดี คุณควรทราบถึงระบบการกรองของเครื่องฟอกอากาศว่าเป็นแบบใด ซึ่งสามารถเป็นกรอง HEPA, กรองแสงอัลตราไวโอเล็ต, หรือระบบกรองทรานส์มิชชั่น การตรวจสอบนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณได้เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณภาพดี
ความเงียบสงบ: คุณควรพิจารณาถึงระดับเสียงที่เครื่องฟอกอากาศทำให้เมื่อทำงาน การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีระดับเสียงที่ต่ำอาจช่วยให้คุณมีการพักผ่อนที่สบายขึ้น และไม่ทำให้คุณรู้สึกรำคาญในขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆ
ความเหมาะสมในการดูแล: ควรพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เช่น ค่าซื้อกรองอากาศสำรอง หรือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพื่อให้คุณมีความเข้าใจในค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศของคุณในระยะยาว
โดยทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะสามารถเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า.






